ประกาศความเป็นส่วนบุคคล

โปรดอ่านประกาศความเป็นส่วนบุคคลฉบับนี้ (“ประกาศ”) อย่างละเอียด เนื่องจากข้อตกลงฉบับนี้ทำขึ้นและมีผลผูกพันทางกฎหมายระหว่างบริษัท พรีเมี่ยม เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด (“บริษัท” หรือ “เรา”) และท่านในฐานะผู้เข้าใช้งานเว็บไซต์ของบริษัท (“ผู้ใช้งาน” หรือ “ท่าน”)

เนื่องด้วยบริษัทอาจได้รับข้อมูลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลของท่านได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม (“ข้อมูลส่วนบุคคล”) ผ่านการเข้าใช้งานเว็บไซต์ [URL] ของบริษัท (“เว็บไซต์”) เพื่อให้การจัดเก็บ ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง บริษัทจึงได้จัดทำประกาศความเป็นส่วนบุคคลฉบับนี้เพื่อแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามรายละเอียดดังต่อไปนี้ โดยบริษัทให้ความมั่นใจว่าข้อมูลส่วนตัวของท่านจะได้รับการคุ้มครองและรักษาไว้เป็นความลับ

1. วิธีการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยวิธีการดังต่อไปนี้

1.1   การจัดเก็บโดยตรงจากผู้ใช้งาน

ท่านอาจให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแก่บริษัทโดยตรง กรณีนี้มักเกิดขึ้นเมื่อท่านติดต่อมายังบริษัทเพื่อสอบถาม กรอกแบบฟอร์ม ร้องเรียน หรือให้ความเห็น/คำติชมแก่บริษัท โดยทางออนไลน์หรือโดยเอกสาร เป็นต้น

1.2   การจัดเก็บโดยอัตโนมัติ

ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวมจากท่านโดยอัตโนมัติ บริษัทอาจเก็บรวบรวมข้อมูลทางเทคนิคบางอย่างเกี่ยวกับอุปกรณ์ กิจกรรม และรูปแบบการเข้าชม ข้อมูลประวัติการใช้งานเว็บไซต์ (Browsing) ของท่านโดยอัตโนมัติโดยใช้คุกกี้ (Cookies) และเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่คล้ายคลึงกัน รายละเอียดเพิ่มเติมโปรดดูนโยบายการใช้คุกกี้ [URL]

2. ข้อมูลส่วนบุคคลที่จัดเก็บ

ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทอาจเข้าถึงและจัดเก็บ ได้แก่

2.1   ข้อมูลส่วนบุคคลจากการติดต่อ

ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้รับจากการติดต่อของท่าน เช่น ชื่อและนามสกุล ที่อยู่ สถานที่ติดต่อ เบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่อิเล็กทรอนิกส์ รายละเอียดและเรื่องที่ติดต่อ เป็นต้น

2.2   ข้อมูลส่วนบุคคลจากการร้องเรียน

ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้รับจากการติดต่อร้องเรียนของท่าน เช่น รายละเอียดการร้องเรียน ข้อเท็จจริง หลักฐาน และข้อมูลส่วนบุคคลตามข้อ 2.1

2.3   ข้อมูลส่วนบุคคลด้านเทคนิค

ข้อมูลการเข้าใช้งานเว็บไซต์ของบริษัท ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ (Log) ข้อมูลอุปกรณ์ หมายเลข IP ของคอมพิวเตอร์ รหัสประจำตัวอุปกรณ์ ประเภทอุปกรณ์ ข้อมูลการเชื่อมต่อ ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ ประเภทของเบราว์เซอร์ (Browser) ข้อมูลบันทึกการเข้าออกระบบ ข้อมูลแอพพลิเคชั่นหรือเว็บไซต์ที่ท่านเข้าถึงก่อนและหลัง (Referring Website) ข้อมูลบันทึกประวัติการใช้ระบบ พฤติกรรมการใช้งาน (Customer Behavior) สถิติการเข้าระบบ เวลาที่เยี่ยมชมระบบ (Access Time) ข้อมูลที่ท่านค้นหา การใช้ฟังก์ชันในระบบ และข้อมูลที่บริษัทได้เก็บรวบรวมผ่านคุกกี้ (Cookies) หรือเทคโนโลยีอื่นที่คล้ายกัน

2.4   ข้อมูลส่วนบุคคลอื่น

ภาพและเสียงที่ได้รับการบันทึกผ่านกล้องวงจรปิด (CCTV) ภาพถ่าย บันทึกภาพ และบันทึกเสียงการสนทนา (ถ้ามี)

3. วัตถุประสงค์

บริษัทจัดเก็บ รวบรวม ใช้ โอน หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ (“วัตถุประสงค์การใช้ข้อมูล”)

3.1   วัตถุประสงค์ในการดำเนินการตามที่ท่านติดต่อ

ในกรณีใดก็ตามที่ท่านติดต่อมายังบริษัท บริษัทอาจเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยอาศัยฐานประโยชน์อันชอบธรรม (Legitimate Interests) สำหรับการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่ท่านติดต่อมายังบริษัท ซึ่งรวมถึงการติดต่อกลับไปยังท่าน การตรวจสอบยืนยันตัวตน การสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม การนัดหมาย การตอบข้อสงสัยหรือคำถามของท่าน หรือดำเนินการอื่นใดเพื่อตอบสนองต่อวัตถุประสงค์ในการติดต่อของท่าน

3.2   วัตถุประสงค์ในการจัดการข้อร้องเรียน

ในกรณีที่ท่านส่งข้อร้องเรียนแก่บริษัท บริษัทอาจใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยอาศัยฐานประโยชน์อันชอบธรรม (Legitimate Interests) เพื่อใช้ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงและการพิจารณาข้อร้องเรียน รวมถึงการดำเนินการอื่นใดที่จำเป็นและเกี่ยวข้องในการจัดการแก้ไขข้อร้องเรียนตามนโยบายของบริษัท โดยในกรณีเหล่านี้บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามความจำเป็นและเป็นไปตามหลักการรู้เท่าที่จำเป็น (Need-to-know basis) แก่บุคคลที่เกี่ยวข้อง เช่น พนักงาน คณะกรรมการของบริษัท หรือผู้ให้บริการภายนอก เป็นต้น

3.3   วัตถุประสงค์ด้านการตลาด

บริษัทอาจใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อการวิเคราะห์ข้อมูล การศึกษาวิจัย และการติดต่อประสานงานเพื่อการดำเนินการด้านการตลาด โดยบริษัทจะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเฉพาะกรณีที่ท่านอนุญาตหรือให้ความยินยอมแก่บริษัทในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์นี้เท่านั้น (ฐานความยินยอม) หากท่านต้องการเพิกถอนความยินยอมที่ได้ให้ไว้กับบริษัทสามารถติดต่อได้ตามรายละเอียดในข้อ 8

3.4   การรักษาความมั่นคงปลอดภัย

การดำเนินการเพื่อประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบสารสนเทศ ข้อมูล และทรัพย์สินของท่านและบริษัท (“ทรัพย์สิน”) ซึ่งรวมถึงการตรวจสอบ ตรวจจับ ทดสอบ การพัฒนามาตรฐานความมั่นคงปลอดภัย การป้องกัน การควบคุม เพื่อรักษาความปลอดภัยและป้องกันการเข้าถึงทรัพย์สินดังกล่าวโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยบริษัทอาศัยฐานประโยชน์อันชอบธรรม (Legitimate Interests) ในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์นี้

3.5   วัตถุประสงค์ด้านการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายหรือคำสั่งของหน่วยงานที่กฎหมายกำหนด

การดำเนินการเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย กฎเกณฑ์ ข้อบังคับ หรือระเบียบของหน่วยงานกำกับดูแล หน่วยงานราชการ หรือหน่วยงานอื่นที่กฎหมายกำหนด ซึ่งไม่จำกัดแต่เพียงกฎหมายว่าด้วยภาษีอากร กฎหมายคุ้มครองแรงงาน กฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือคำสั่งจากหน่วยงานรัฐ รวมถึงการปฏิบัติตามกระบวนการยุติธรรม การบังคับใช้กฎหมาย หรือเพื่อการอันจำเป็นในการตรวจสอบการกระทำที่มีลักษณะอาจฝ่าฝืนกฎหมาย กฎเกณฑ์ ข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งจากหน่วยงานรัฐหรือหน่วยงานกำกับดูแล โดยบริษัทอาศัยฐานการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย (Legal Obligations) ในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์นี้

3.6   การใช้สิทธิตามกฎหมายของบริษัท

การดำเนินการเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การดำเนินคดีต่าง ๆ ตลอดจนการดำเนินการเพื่อบังคับคดีตามกฎหมายของบริษัท โดยบริษัทอาศัยฐานประโยชน์อันชอบธรรม (Legitimate Interests) ในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์นี้

3.7   วัตถุประสงค์ในการป้องกันภยันอันตราย

การดำเนินการด้วยความสุจริตว่าการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวมีความจำเป็นเพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล ในกรณีท่านไม่สามารถให้ความยินยอมเพื่อเปิดเผยข้อมูลในขณะนั้นได้

4. ระยะเวลาในการจัดเก็บ

บริษัทดำเนินการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจนกว่าวัตถุประสงค์ในการติดต่อของท่านจะได้รับการตอบสนองโดยสมบูรณ์แล้ว โดยบริษัทจะจัดให้มีการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเมื่อพ้นระยะเวลาดังกล่าว เว้นแต่เป็นกรณีที่บริษัทต้องจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย กฎเกณฑ์ ข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งจากหน่วยงานรัฐหรือหน่วยงานกำกับดูแล รวมถึงการบังคับใช้สิทธิตามกฎหมายหรือสัญญาตามที่บริษัทเห็นสมควร

5. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนของท่านแก่บุคคลภายนอกภายใต้ขอบเขตวัตถุประสงค์ในการใช้ข้อมูล โดยบุคคลภายนอกที่บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ได้แก่

5.1   กลุ่มบริษัทในเครือของบริษัท

บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแก่บริษัทในเครือของบริษัทภายใต้วัตถุประสงค์การใช้ข้อมูล โดยบริษัทอาจมอบหมายให้บริษัทในเครือของบริษัทเป็นผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บริษัท ทั้งนี้ การเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวต้องเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้ข้อมูลเท่านั้น

5.2   บุคลากรของบริษัท

บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแก่พนักงานของบริษัทที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นภายใต้วัตถุประสงค์การใช้ข้อมูลตามประกาศฉบับนี้ โดยบริษัทจะจำกัดเฉพาะพนักงานที่มีสิทธิเข้าถึงและเปิดเผยแก่พนักงานเท่าที่จำเป็นตามความจำเป็นและหลักการรู้เท่าที่จำเป็นเท่านั้น (Need to know basis)

5.3   ผู้ให้บริการภายนอก

บริษัทอาจใช้บริการผู้ให้บริการภายนอกที่จำเป็นในการให้บริการในแพลตฟอร์มของบริษัท เช่น ผู้ให้บริการภายนอกเกี่ยวกับการบริหารจัดการข้อมูล ผู้ให้บริการคลาวด์สำหรับการสำรองข้อมูลและจัดเก็บข้อมูล (Cloud Service Provider) ผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นต้น รวมถึงการใช้บริการจากผู้ให้บริการภายนอกเพื่อพัฒนาหรือเพิ่มฟังก์ชันการใช้งานเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ท่าน เช่น ผู้ให้บริการเกี่ยวกับการรับชำระเงินด้วยบัตรเครดิตหรือเดบิต เป็นต้น ตลอดจนที่ปรึกษาด้านวิชาชีพต่าง ๆ โดยบริษัทจะเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และจัดให้มีการทำสัญญาหรือข้อตกลงระหว่างบริษัทและผู้ให้บริการดังกล่าวเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่มีการเปิดเผยอย่างเคร่งครัด โดยผู้ให้บริการภายนอกจะไม่ได้รับอนุญาตให้จัดเก็บ ใช้  หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากวัตถุประสงค์ในการให้บริการแก่บริษัท

5.4   หน่วยงานราชการ หน่วยงานกำกับดูแล และหน่วยงานอื่นที่กฎหมายกำหนด

บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่หน่วยงานราชการ หน่วยงานกำกับดูแล หรือหน่วยงานอื่นที่กฎหมายกำหนด รวมถึงเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานดังกล่าว เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย กฎเกณฑ์ ข้อบังคับ หรือระเบียบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งไม่จำกัดแต่เพียงกฎหมายว่าด้วยภาษีอากร กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน กฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือกรณีที่เป็นคำสั่งจากหน่วยงานรัฐหรือศาล รวมถึงการปฏิบัติตามกระบวนการยุติธรรม การบังคับใช้กฎหมาย การใช้สิทธิตามกฎหมายของบริษัท

6. การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน บริษัทจึงกำหนดให้มีมาตรการในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับการรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อป้องกันการเข้าถึง ทำลาย ใช้ แก้ไขหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่มีสิทธิหรือโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายทั้งกรณีที่เป็นการจัดเก็บแบบเอกสาร (Hard Copy) และแบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะข้อมูลส่วนบุคคลประเภทอ่อนไหวจะได้รับการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด ทั้งนี้ พนักงานทุกคนจะต้องจะต้องยึดถือปฏิบัติตามแนวทางดังกล่าวอย่างเคร่งครัด โดยอนุญาตให้มีการเข้าถึงและใช้งานข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเฉพาะพนักงานที่ได้รับอนุญาตและใช้งานเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และการใช้งานข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการใช้ข้อมูลที่กำหนดข้างต้น

7. สิทธิของผู้ใช้งาน

ท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิในการร้องขอให้บริษัทดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของตนดังต่อไปนี้

7.1   สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล (Right of Access)

ท่านมีสิทธิในการขอเข้าถึง หรือขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน รวมถึงขอให้เราเปิดเผยการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านไม่ได้ให้ความยินยอมต่อบริษัทเท่าที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอนุญาตให้กระทำการได้

7.2   สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง (Right to Rectification)

ท่านมีสิทธิขอตรวจสอบ เปลี่ยนแปลง ปรับปรุง หรือแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของตนให้มีความถูกต้อง สมบูรณ์และเป็นปัจจุบัน โดยไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

7.3   สิทธิในการคัดค้านการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล (Right to Object)

ท่านมีสิทธิในการคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเมื่อใดก็ได้ โดยบริษัทจะดำเนินการดังกล่าวในกรณีดังต่อไปนี้

(1)   กรณีที่บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคลของท่านโดยอาศัยฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทหรือของบุคคลภายนอก หรือเพื่อประโยชน์สาธารณะ เว้นแต่ในกรณีที่บริษัทสามารถแสดงให้เห็นถึงเหตุอันชอบด้วยกฎหมายที่สำคัญยิ่งกว่า หรือการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นไปเพื่อก่อตั้งสิทธิเรียกร้อง การปฏิบัติตาม หรือการยกข้อต่อสู้ตามกฎหมาย

(2)   บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ของการตลาดแบบตรง

(3)   บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ เว้นแต่เป็นการจำเป็นเพื่อการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของบริษัท

7.4   สิทธิในการโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล (Right to Data Portability)

ท่านมีสิทธิที่จะขอรับข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับท่านในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไปได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติ รวมถึงมีสิทธิขอให้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวของท่านไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลรายอื่น หรือตัวท่านเอง เว้นแต่โดยสภาพทางเทคนิคไม่สามารถทำได้ ทั้งนี้ บริษัทจะดำเนินการตามคำร้องขอใช้สิทธิในการโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคลนี้ เว้นแต่การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทเป็นการปฏิบัติตามหน้าที่เพื่อประโยชน์สาธารณะหรือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย

7.5   สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม (Right to Withdraw Consent)

ในกรณีที่บริษัทอาศัยความยินยอมของท่านในการจัดเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิในการเพิกถอนความยินยอมในการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมกับบริษัทได้ตลอดระยะเวลาที่ข้อมูลส่วนบุคลของท่านอยู่กับบริษัท เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธิในการถอนความยินยอมโดยกฎหมายหรือสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่ท่าน ทั้งนี้ การเพิกถอนความยินยอมดังกล่าวย่อมไม่ส่งผลกระทบต่อการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมแล้ว ในกรณีที่ท่านปฏิเสธหรือเพิกถอนความยินยอมในการจัดเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลแก่บริษัทอาจทำให้บริษัทไม่สามารถติดต่อ จัดการข้อร้องเรียน ตอบคำถามหรือข้อสงสัย หรือดำเนินการอื่นใดแก่ท่านได้หากข้อมูลดังกล่าวจำเป็นต่อบริษัทในการดำเนินการดังกล่าว

7.6   สิทธิในการลบข้อมูลส่วนบุคคล (Right to Erasure)

ท่านอาจขอให้บริษัทลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ในกรณีดังต่อไปนี้

(1)   ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในข้อ 3

(2)   ท่านขอถอนความยินยอมที่เป็นฐานในการเก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล และบริษัทไม่มีอำนาจตามกฎหมายในการเก็บรวบรวมหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวอีกต่อไป

(3)   ท่านได้คัดค้านการประมวลผลตามข้อ 7.3

(4)   เมื่อมีการเก็บหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

กรณีที่ระบุไว้ข้างต้นนี้จะไม่นำมาใช้บังคับกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความจำเป็นเพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เพื่อจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือสถิติ เพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ เพื่อการจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับเวชศาสตร์ป้องกันหรืออาชีวเวชศาสตร์ หรือประโยชน์สาธารณะด้านการสาธารณสุข เพื่อวัตถุประสงค์ในการก่อตั้ง ปฏิบัติตาม หรือใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย

7.7   สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล (Right to Restriction of Processing)
ท่านมีสิทธิขอให้ระงับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกรณีดังต่อไปนี้

(1)   บริษัทอยู่ระหว่างการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ท่านร้องขอ

(2)   กรณีข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องลบหรือทำลายตามข้อ 7.6 แต่ท่านประสงค์ให้ระงับการใช้แทน

(3)   บริษัทไม่มีความจำเป็นต้องใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอีกต่อไป แต่ท่านมีความจำเป็นและขอให้บริษัทเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเพื่อใช้ในการก่อตั้งสิทธิเรียกร้อง การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้อง หรือยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย

4)    บริษัทอยู่ในระหว่างการพิสูจน์ตามข้อ 7.3 (1)  หรือตรวจสอบตามข้อ 7.3 (3) เพื่อปฏิเสธการคัดค้านของท่านตามข้อ 7.3

7.8   สิทธิในการร้องเรียนหน่วยงานกำกับดูแล (Right to File Complaint)

ในกรณีที่บริษัท หรือลูกจ้าง หรือพนักงานของบริษัทฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิยื่นข้อร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

8. การใช้สิทธิและการติดต่อ

ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทหรือประสงค์ใช้สิทธิของท่านตามข้อ 7 ท่านสามารถติดต่อได้ที่

ชื่อบริษัท บริษัท พรีเมี่ยม เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด
ที่อยู่ 89 อาคารเอไอเอ แคปปิตอล เซ็นเตอร์ ชั้นที่ 12A ห้อง 12A-04 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานครฯ 10400
ช่องทางการติดต่อ 02-050-8862
center@premium-fixman.com

โดยบริษัทอาจจำเป็นต้องตรวจยืนยันตัวตนของท่านก่อนการดำเนินการตามคำร้องใช้สิทธิและจะพยายามอย่างเต็มที่ตามความสามารถของระบบที่เกี่ยวข้องเพื่ออำนวยความสะดวกและดำเนินการตามคำร้องขอของท่านโดยไม่ชักช้าภายใน 30 วันนับแต่วันที่บริษัทได้รับคำร้องดังกล่าว เว้นแต่จะปรากฏข้อเท็จจริงว่าการดำเนินการตามคำร้องขอนั้นก่อให้เกิดภาระแก่บริษัทเกินสมควร หรือเป็นกรณีที่บริษัทมีสิทธิปฏิเสธคำร้องดังกล่าวได้ หรือเป็นการเสี่ยงต่อการละเมิดการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่น หรือเป็นการขัดต่อกฎหมาย หรือกรณีที่เป็นการพ้นวิสัยในทางปฏิบัติตามคำร้องขอ

9.ผลกระทบจากการไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็น

ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวมโดยอาศัยฐานสัญญาและฐานการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายเป็นข้อมูลที่จำเป็นต่อบริษัทในการปฏิบัติตามสัญญาและการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องตามที่ระบุในวัตถุประสงค์ข้อ 3 ในกรณีที่ท่านปฏิเสธการให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็นทั้งหมดหรือบางส่วนสำหรับการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่อาศัยฐานทางกฎหมายดังกล่าว บริษัทอาจไม่สามารถดำเนินการตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวให้แก่ท่านได้ จนกว่าท่านจะให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็นแก่บริษัทอย่างครบถ้วนสมบูรณ์

10.นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเว็บไซต์อื่น

นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ใช้เฉพาะสำหรับการเข้าใช้หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ของบริษัทเท่านั้น หากท่านคลิกหรือเยี่ยมชมเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มอื่น แม้จะเข้าถึงผ่านเว็บไซต์ของบริษัทก็ตาม ท่านจะต้องศึกษาและปฏิบัติตามนโยบายความเป็นส่วนตัวที่ปรากฏในเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มนั้นแยกจากประกาศความเป็นส่วนบุคคลของบริษัทอย่างสิ้นเชิง

11.การเปลี่ยนแปลงประกาศความเป็นส่วนบุคคล

บริษัทอาจทำการเปลี่ยนแปลงประกาศความเป็นส่วนบุคคลนี้เป็นครั้งคราว เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และเพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยบริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบถึงการแก้ไขเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ด้วยช่องทางที่เหมาะสม อย่างไรก็ตามท่านตกลงและเข้าใจดีว่าเป็นหน้าที่ของท่านในการติดตามการเปลี่ยนแปลงของประกาศความเป็นส่วนบุคคลนี้เป็นครั้งคราว